
ระบบนำทางลานจอดรถ (Parking Guidance System) ช่วยให้ผู้ขับเห็นช่องว่างเร็วขึ้น ลดเวลาวนหาที่จอด และช่วยให้ผู้บริหารดูจำนวนช่องว่างหรือ occupancy ของแต่ละโซน-ชั้น ผ่าน dashboard ได้แบบ real-time โดยไม่ต้องให้รปภ. ออกไปนับเองหรือปล่อยให้ลูกค้าวนรถจนเกิดปัญหาจราจรในลาน
เหมาะกับ: อาคารจอดรถ (≥80 ช่อง) · ห้างสรรพสินค้า · โรงพยาบาล · มหาวิทยาลัย · คอนโดมิเนียม · ลานจอดกลางแจ้งขนาดใหญ่ — ทุกโครงการที่ต้องการให้ผู้ใช้งานและผู้บริหารเห็นสถานะช่องจอดแบบ real-time โดยไม่ต้องเดาหรือจ้าง staff เพิ่ม
ระบบ Guidance ทำงานร่วมกับ DPARK Software อย่างไร
- ตรวจสถานะช่องจอดหรือโซนจอด ผ่าน sensor, camera sensor หรือ AI วิเคราะห์ภาพตามรูปแบบพื้นที่
- ส่งข้อมูลเข้า DPARK dashboard เพื่อแสดงจำนวนช่องว่าง จำนวนรถ และ occupancy แยกตามชั้นหรือโซน
- แสดงผลให้ผู้ขับเห็นเร็วขึ้น เช่น ป้ายบอกจำนวนช่องว่าง ไฟนำทาง หรือจอแสดงผลหน้าทางเข้า
- ต่อยอดเป็นรายงานผู้บริหาร ดูช่วงเวลาที่ลานแน่น โซนที่ใช้งานสูง และแนวโน้มการใช้พื้นที่จอด
- เชื่อมกับ DPARK Management Software ได้โดยตรง — ข้อมูล occupancy ปรากฏในหน้าต่างเดิม ไม่ต้องสลับ platform หรือซื้อ dashboard แยก

เปรียบเทียบ 3 แนวทาง
| แนวทาง | เหมาะกับ | จุดเด่น | สิ่งที่ต้องเตรียม |
|---|---|---|---|
| Ultrasonic sensor รายช่อง | อาคารจอดรถ ชั้นจอดในร่ม โครงการที่ต้องการไฟบอกสถานะทุกช่อง | แม่นยำระดับช่องจอด แสดงไฟเขียว-แดงเหนือช่อง และรวมยอดช่องว่างต่อชั้นได้ชัดเจน | สำรวจจำนวนช่อง เดินสาย และตำแหน่งติดตั้ง sensor รายช่อง |
| Camera Sensor | ลานที่ต้องการตรวจเป็นโซน หรือต้องการลดจำนวนอุปกรณ์ต่อช่อง | ใช้กล้องช่วยตรวจสถานะพื้นที่จอด ดูภาพประกอบได้ และเชื่อมข้อมูลเข้าระบบบริหารลานจอด | สำรวจมุมกล้อง แสง ระยะมองเห็น และตำแหน่งติดตั้งให้เหมาะกับพื้นที่จริง |
| AI ภาพมุมกว้าง | ลานกลางแจ้ง ลานกว้าง หรือพื้นที่ที่ต้องการดู occupancy ภาพรวม | ใช้กล้องมุมกว้าง + AI วิเคราะห์ภาพ เพื่อนับช่องว่างหรือจำนวนรถเป็นโซน เหมาะกับ dashboard ภาพรวม | สำรวจ layout เส้นช่อง แสง เงา ฝน มุมกล้อง และทำ calibration หน้างาน |
Ultrasonic รายช่อง
เหมาะกับอาคารจอดรถที่ต้องการนำทางผู้ขับแบบละเอียด ระบบจะติด sensor เหนือช่องจอดแต่ละช่อง พร้อมไฟแสดงสถานะ เช่น เขียวเมื่อว่าง แดงเมื่อมีรถจอด ช่วยให้ผู้ขับมองเห็นช่องว่างได้ตั้งแต่ระยะไกล และสามารถรวมจำนวนช่องว่างแยกตามชั้นเพื่อแสดงบนป้าย LED หรือ dashboard ได้
ตัวอย่างโครงการ: อาคารจอดรถสำนักงานหรือคอนโดที่มีหลายชั้น ปัญหาเดิมคือลูกค้าขับวนหาช่องโดยไม่รู้ว่าชั้นไหนว่าง — ติดป้าย LED หน้าลิฟต์บอก “ชั้น 3: ว่าง 12 ช่อง” แก้ปัญหาได้ทันทีโดยไม่ต้องเพิ่ม staff
Camera Sensor
เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการตรวจเป็นโซนหรือลดอุปกรณ์ต่อช่อง กล้องจะช่วยตรวจสถานะพื้นที่จอดและส่งผลเข้า dashboard ของ DPARK เหมาะกับงานที่ต้องการภาพประกอบการตรวจสอบ รวมถึงพื้นที่ที่ติด sensor รายช่องได้ยากหรือไม่คุ้มค่า
ตัวอย่างโครงการ: ลานจอดออฟฟิศหรือโรงงานที่ช่องจอดกว้างไม่มาตรฐานหรือลานเก่าที่ไม่ได้ออกแบบมารองรับการเดินสาย — Camera Sensor ให้ข้อมูล occupancy เป็นโซน พร้อมภาพประกอบสำหรับตรวจสอบย้อนหลัง
AI ภาพมุมกว้าง
เหมาะกับลานกลางแจ้งหรือลานขนาดใหญ่ที่ต้องการดูจำนวนรถและช่องว่างเป็นภาพรวม ระบบใช้กล้องมุมกว้างร่วมกับ AI เพื่อวิเคราะห์จำนวนรถหรือช่องว่างในแต่ละโซน ทีม DPARK จะ survey มุมกล้อง แสง เส้นช่อง และจุดติดตั้งก่อนออกแบบ เพื่อให้ผลลัพธ์เหมาะกับสภาพพื้นที่จริง
ตัวอย่างโครงการ: ลานจอดโรงพยาบาล มหาวิทยาลัย หรือสนามบินที่มีหลายร้อยช่อง — AI ภาพมุมกว้างให้ occupancy ภาพรวมโดยไม่ต้องติด sensor ทุกช่อง โดยทั่วไปหลัง calibration แม่นยำ 90-95% ในสภาพแสงปกติ
เลือกแบบไหนดี
- ต้องการความแม่นยำรายช่องและไฟนำทางชัดเจน เลือก Ultrasonic sensor รายช่อง
- ต้องการตรวจเป็นโซนและลดจำนวนอุปกรณ์ เลือก Camera Sensor
- ต้องการดูภาพรวมลานกว้างหรือกลางแจ้ง เลือก AI ภาพมุมกว้าง
- ยังไม่แน่ใจ ส่ง layout และรูปหน้างานให้ทีม DPARK ช่วยประเมินแนวทางที่เหมาะสมได้
ประโยชน์สำหรับผู้บริหารและผู้ใช้งาน
| ผู้ได้ประโยชน์ | ประโยชน์ที่ได้รับ |
|---|---|
| ผู้ขับรถ | เห็นช่องว่างก่อนขับเข้าโซน ลดเวลาวนหาที่จอดโดยไม่ต้องเดาหรือถามรปภ. |
| รปภ. / เจ้าหน้าที่ | ไม่ต้องออกไปนับช่องหรือตอบคำถาม “มีที่ว่างไหม” ซ้ำๆ ตลอดวัน |
| ผู้จัดการลาน | ดู occupancy real-time และรายงานช่วงเวลาที่ลานแน่นสูงสุดเพื่อวางแผนจัดการ |
| ผู้บริหาร / นิติบุคคล | ข้อมูล occupancy ต่อชั้น/โซน สำหรับวางแผนจัดการพื้นที่และตัดสินใจลงทุนขยาย |
คำถามที่พบบ่อย
ระบบ Guidance ต้องซื้อควบคู่กับ DPARK Management Software ไหม
ไม่จำเป็น — ระบบ Guidance สามารถทำงานแยกได้เพื่อดู occupancy และแสดงไฟนำทางอย่างเดียว แต่ถ้ามี DPARK Management Software อยู่แล้ว จะเชื่อมข้อมูลเข้า dashboard เดิมได้ทันทีโดยไม่ต้องซื้อ platform แยก
โครงการขนาดไหนถึงคุ้มค่ากับระบบ Guidance
โดยทั่วไปเริ่มคุ้มตั้งแต่ลาน 80-100 ช่องขึ้นไป หรือลานที่มีปัญหารถวนหาที่จอดบ่อยจนเกิดคอขวดจราจรในลาน ลานขนาดเล็กกว่านี้ผู้ขับมักหาช่องได้เองโดยไม่ต้องการ guidance ทีม DPARK จะช่วยประเมิน ROI ก่อนเสนองบประมาณ
ระบบ Guidance ต่างจากระบบบริหารลานจอดอย่างไร
ระบบบริหารลานจอดดูเรื่องเข้า-ออก คิดเงิน สมาชิก รายงาน และการเชื่อมต่ออุปกรณ์ ส่วนระบบ Guidance เป็นระบบเสริมที่ช่วยบอกช่องว่าง นำทางผู้ขับ และส่งข้อมูล occupancy เข้า dashboard — ทั้งสองระบบทำงานร่วมกันได้ใน DPARK platform เดียว
ต้องติด sensor ทุกช่องไหม
ไม่จำเป็นเสมอไป ถ้าต้องการความแม่นยำรายช่องและไฟบอกสถานะทุกช่องจะเหมาะกับ Ultrasonic แต่ถ้าต้องการนับเป็นโซน สามารถพิจารณา Camera Sensor หรือ AI ภาพมุมกว้างได้ ซึ่งใช้อุปกรณ์น้อยกว่าและราคาต่อช่องต่ำกว่า
AI ภาพมุมกว้างแม่นยำระดับไหน
ความแม่นยำขึ้นกับ layout เส้นช่อง แสง เงา ฝน และมุมกล้อง โดยทั่วไปหลัง calibration อยู่ที่ 90-95% ในสภาพแสงปกติ ทีม DPARK แนะนำให้ survey หน้างานและทำ calibration ก่อนใช้งานจริง เพื่อเลือกตำแหน่งกล้องและรูปแบบการนับที่เหมาะสมกับสภาพแสงและ layout จริง
เชื่อมกับ DPARK dashboard ได้ไหม
ได้ ระบบสามารถส่งข้อมูลจำนวนช่องว่าง จำนวนรถ หรือ occupancy แยกตามชั้นและโซนเข้า dashboard ของ DPARK เพื่อใช้ดูสถานะแบบ real-time และทำรายงานผู้บริหารได้ในหน้าต่างเดียวกับรายงานรายได้และการเข้า-ออก
ต้อง survey หน้างานก่อนหรือไม่
แนะนำให้ survey ก่อนทุกโครงการ เพราะแต่ละลานมี layout มุมกล้อง แสง และการเดินสายต่างกัน DPARK ให้บริการ survey ฟรีสำหรับโครงการที่อยู่ในรัศมีทีมงาน การสำรวจหน้างานช่วยให้เลือกแนวทางได้แม่นกว่าและประเมินงบประมาณได้ชัดเจนตั้งแต่ต้น
📋 ต้องการระบบบริหารลานจอดครบชุด? ดู DPARK Management Software — Desktop + OnCloud edition ซึ่งรองรับการเชื่อมต่อกับระบบ Guidance โดยตรง